20.25
ตอนนี้ผมนั่งจ้องไอแพดเพื่อเช็คตารางเวลาและกำหนดการต่างๆในการแข่งขันครั้งนี้
ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ว่าทำไมไอ้เจ้าของงานถึงนั่งกระดิกขาแด่กๆ ลงคะแนนอย่างสบายใจเฉิบ...ผิดกับผมที่วิ่งหัวหมุนอยู่กับการจัดเวลา จนถึงการจัดคิว และการประชาสัมพันธ์ Everything ผมคิดว่าอีกนิดผมคงได้ลงไปเช็ดรองเท้าไม่ก็เสิร์ฟน้ำให้กับคณะกรรมการผู้สูงศักดิ์ทุกท่านแล้วล่ะ แหม...
ติ้ง~
ติ้ง~
ติ้ง~
ผมล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงเพื่อควานหาเจ้าตัวต้นเสียงหน้าเบื่อ ซึ้งผมคิดว่าคงจะเป็นเจ้าเก่าเจ้าเดิมที่ทักมาประจำจนทำให้เจ้าโทรศัพท์ตัวปัญหาขยันร้องได้ขนาดนี้
ผิดคาดแหะ
หน้าจอโทรศัพท์ที่ปรากฏชื่อผู้ส่งข้อความกลับไม่ใช่ 'ไอ้เจ้าตัวน่ารำคาญ' ที่คุ้นเคยน่ะสิ
"หะ! หนงหายไป"
ผมพูดกับตัวเองหลังจากเปิดอ่านข้อความของคนที่ชื่อชาตรี และหน้าจะเป็นเพื่อนของคนที่ผมพึ่งเอ่ยชื่อไปเมื่อกี้
"มันจะหายไปไหนวะ"
ผมไม่ได้ห่วงอะไรหรอกนะ แค่แปลกใจว่าเวลานี้มันจะหายไปไหนเพราะ...ถ้าวงนี้แสดงจบก็จะถึงคิวของมันแล้ว
ข้อความที่รัวมาไม่หยุด ผมพอจะจับใจความได้ว่า ผู้ส่งสารต้องการให้ผมเลื่อนคิวเป็นให้ทีมอื่นแสดงก่อน เพื่อจะได้เอาเวลาไปตามหาคนที่หายไป
ข้อความที่รัวมาไม่หยุด ผมพอจะจับใจความได้ว่า ผู้ส่งสารต้องการให้ผมเลื่อนคิวเป็นให้ทีมอื่นแสดงก่อน เพื่อจะได้เอาเวลาไปตามหาคนที่หายไป
"วุ่นวายจริงๆ"
ถึงผมจะพูดแบบนี้ ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะทำตามคำขอ เพราะไม่อยากขึ้นชื่อว่าเป็นพวกใจร้าย ชอบตัดโอกาสคนขนาดนั้น...
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
สายแล้ว สายเล่า....ไม่มีคนปลายสาย
ไม่มีคนเอ่ยรับ มีเพียงเสียงสัญญานโทรศัพท์ที่ดังเป็นจังหวะ
และ ตัดไปเพราะเกินเวลา
ผมกดโทรไปหาหลายสาย
ทั้งๆที่มันต้องมีคนที่รีบรับตั้งแต่สายแรก...
ใช่! ผมโทรตามเค้า 'หนง' ผมลองกดโทร.ไปหลายรอบแต่ก็เป็นแบบเดิม
ไม่มีคนเอ่ยรับ มีเพียงเสียงสัญญานโทรศัพท์ที่ดังเป็นจังหวะ
และ ตัดไปเพราะเกินเวลา
ผมกดโทรไปหาหลายสาย
ทั้งๆที่มันต้องมีคนที่รีบรับตั้งแต่สายแรก...
ใช่! ผมโทรตามเค้า 'หนง' ผมลองกดโทร.ไปหลายรอบแต่ก็เป็นแบบเดิม
ตู๊ด~~~~ ตู๊ด~~~~ "พะ..พี่..ช่วยด้วย อั่ก!"
"หะ..อะไรนะไม่ได้ยินไอ้เชี้ยหนง!!"
"ตะ..ตึกวิดวะ..ช่วยด้วย อุก แค่กๆ"
"หะ..อะไรนะไม่ได้ยินไอ้เชี้ยหนง!!"
"ตะ..ตึกวิดวะ..ช่วยด้วย อุก แค่กๆ"
ผมลองกดโทรอีกครั้ง แต่ครั้งนี้สำเร็จ พร้อมมีเสียงคนปลายสายลอดมาแผ่วเบา จนผมฟังแทบฟังไม่รู้เรื่อง สาเหตุอาจเป็นเพราะหนงมันพูดเบา รึอาจเป็นเสียงดนตรีที่รบกวนจากทางฝั่งผมเอง แต่พอจะได้ยินเสียงอึกอักอึกอักดังพอสมควร ก่อนสายจะตัดไป.....
ผมเริ่มคิดแล้วว่านี้ล้อเล่นกันรึเปล่าเพื่อเรียกร้องความสนใจ ผมเลยตัดสินใจกดพิมพ์ส่งข้อความไปในห้องแชท แต่อีกคนกับตอบกลับมาเป็นตัวหนังสือสับไปสับมาอ่านไม่รู้เรื่อง แต่มีข้อความเดียวที่ผมพอจะเข้าใจ
'วิดวะ'
ต้องมีอะไรเกี่ยวกับคณะนี้ ในใจผมคิดว่าต้องตึกคณะวิศวะกรรมแน่ๆ จากการคาดเดานะ
ไวกว่าความคิด....ผมโยนไอแพดให้ทีมงานที่นั่งอยู่ข้างๆ ก่อนจะรีบปรี่ไปยังจุดหมาย
ไวกว่าความคิด....ผมโยนไอแพดให้ทีมงานที่นั่งอยู่ข้างๆ ก่อนจะรีบปรี่ไปยังจุดหมาย
ตึก คณะวิศกรรมศาสตร์
ในเวลาสองทุ่มกว่าๆ...ในสถานที่ อโคจรขนาดนี้ ความมืดเกาะกลุ่มกันรายรอบตัวผม สายลมพัดผ่านตัวที่ทำเอาหนาวหัวใจแปลกๆ ความเงียบฟุ้งกระจายไปรอบอากาศ แต่ได้ยินเสียงดนตรีจากที่ห่างไกลออกไป ตอนนี้ผมยืนแอบอยู่ข้างๆซอกตึกซึ่งมีความมืดเป็นที่กำบัง แสงจันทร์สาดส่องพอรำไร สาดกระทบเข้ากับกลุ่มชายฉกรรจ์4-5คนที่ถึงแม้ไม่สว่างมากแต่ก็พอจะทำให้ผมมองเห็นว่าพวกเค้ากำลังทำอะไรกัน
ผู้ชายตัวสูง4คน ยืนล้อม ผู้ชายตัวสูงกว่าไว้ตรงกลางวง ชาย2คนล็อกแขนของคนที่อยู่ตรงกลางไว้คนละข้าง และมีชายอีกคนที่กระหน่ำหมัดลงบนใบหน้าหวาน หมัดแล้วหมัดเล่า แขนที่ถูกเกาะกุมไว้ไม่สามารถแม้แต่จะปัดป้องหมัดออกจากตัวเองได้ แต่ขายาวยังคงถีบปัดป่ายไปทั่ว
ช1"หึ ไอ้โง่ มึงปกป้องมันหรอ? ทั้งที่ตัวเองยังจะเอาไม่รอด กากชิบหายว่ะ"
ชายอีกคนที่ยืนนิ่ง โยนโทรศัพท์ไปมา พูดขึ้น
ถึงจะไม่ชัดเจนมากแต่ผมก็พอจะฟังออก ว่าคุยอะไรกัน
ชายอีกคนที่ยืนนิ่ง โยนโทรศัพท์ไปมา พูดขึ้น
ถึงจะไม่ชัดเจนมากแต่ผมก็พอจะฟังออก ว่าคุยอะไรกัน
ช2 "โง่เนอะ ถึงกูไม่ฆ่ามันตอนนี้...แต่หลังจากจัดการมึงเสร็จ..กูก็ฆ่ามันได้"
ฆ่าอะไรวะ มันพูดถึงอะไรกัน ผมคิดอย่างเงียบๆ
ฆ่าอะไรวะ มันพูดถึงอะไรกัน ผมคิดอย่างเงียบๆ
"อั่ก...มึงทำ..อะ..ไรไม่ได้หรอก..หึ "
ชายคนเดียวกันกับที่อัดหน้าของเค้าเมื่อกี้ เปลี่ยนเป้าหมายเป็นกระทุ้งเข่าใส่ตรงลิ้นปี่เค้าแทน จนคนตัวสูงถึงกับตัวงอ
ชายคนเดียวกันกับที่อัดหน้าของเค้าเมื่อกี้ เปลี่ยนเป้าหมายเป็นกระทุ้งเข่าใส่ตรงลิ้นปี่เค้าแทน จนคนตัวสูงถึงกับตัวงอ
"ถุ้ย สารเลว!! " เค้าถ่มน้ำลายที่เต็มไปด้วยเลือดใส่หน้าไอ้คนที่ทำตัวเองเจ็บไปเมื่อกี้
เพี้ยย!!!!
เค้าโดนตบหน้า จนหน้าสะบัดไปตามแรงตบที่ถูกส่งไปด้วยความโทสะของผู้กระทำ
"งั้นมึงก็ตายก่อนมันละกัน!!"
สิ้นประโยคนั้น ร่างที่บอบช้ำถูกผลักลงไปกองที่พื้น ก่อนที่คนทั้งสี่จะรุมกระทืบ
"ฆ่า..กูให้ตาย...อั่ก..แต่อย่าทำอะ.ไร...พี่..อั่ก"
ร่างสูง...แน่นิ่งไป
หัวใจของผมกระตุกวูบ มือไม้สั่นไปหมดในหัวสมองสั่งผมให้ต้องทำอะไรซักอย่าง ไม่งั้นคนที่นอนนิ่งอยู่ที่พื้นต้องตายแน่ๆ...สายตาผมกวาดหาอะไรซักอย่างในความมืด ก่อนจะหยิบได้ท่อนเหล็กขนาดพอดีมือ
หัวใจของผมกระตุกวูบ มือไม้สั่นไปหมดในหัวสมองสั่งผมให้ต้องทำอะไรซักอย่าง ไม่งั้นคนที่นอนนิ่งอยู่ที่พื้นต้องตายแน่ๆ...สายตาผมกวาดหาอะไรซักอย่างในความมืด ก่อนจะหยิบได้ท่อนเหล็กขนาดพอดีมือ
ตุ้บ!!
"อั่ก!! เชี้ยเอ้ยยย"
ผมพุ่งตัวออกจากข้างซอกตึก และกระหน่ำฟาดท่อนเหล็กลงบนหัวของไอ้คนที่ทำร้ายหนงเยอะที่สุด จนตอนนี้มันล้มลงไปโอดครวญอยู่ที่พื้น
"นี้มึงอยากตายพร้อมกับมันใช่มั้ย!!!"
"มึงกับกู...ใครจะตายก่อนกัน"
สิ้นประโยค ผมกระโดนทีบหน้าไอ้คนที่ทำทรงผมส้นตีนอะไรไม่รู้เข้าให้ จนมันหงายหลังกระแทกพื้น
ดูไปก็คงจะเจ็บพอตัวล่ะนะ
ดูไปก็คงจะเจ็บพอตัวล่ะนะ
"พี่...หนี..ไป"
ผมมองไปทางต้นเสียง ซึ่งตอนนี้โดนไอ้เหี้ยอีกคนบีบคออยู่...ผมเห็นแบบนั้นเลยกระชากคอเสื้อของมันอย่างแรง แรงพอที่จะกระชากมันให้หลุดจากหนงได้ มันมองหน้าผมอย่างโกรธแค้น ก่อนที่จะกำหมัดหวังที่จะประทับรอยบนหน้าหล่อๆของผม...หึ..รู้จักผมน้อยไปสะละ
ผมสวนหมัดอัดเข้าตรงลิ้นปี่มัน จนมันทำหน้ายู้ยี้ แล้วลงไปนอนไอแค่กๆบนพื้นดิน
ตุ้บ!!!
ความรู้สึกเย็นวาบวิ่งไปทั่วแผ่นหลัง ความเจ็บปวดแล่นไปทั่วร่างกาย จนเหมือนมันจะวิ่งเข้าสู่กระดูกไขสันหลังแล้วกระโดดชนหัวใจอย่างไงอย่างงั้น ทำเอาขนหัวลุกไปหมด ก่อนที่ผมจะหันไปดูว่าต้นเหตุเกิดจากอะไร หนงก็ลุกขึ้นใช้แรงเฮือกสุดท้ายกระโดดทีบมัน ก่อนที่ไอ้สารเลวเต๋อมันจะหวดเหล็กลงใส่แผ่นหลังผมอีกเป็นครั้งที่สอง ตอนนี้มันรู้สึกชาๆไปหมด
ผมลุกขึ้น คว้ามืออีกคน แล้วค่อยๆพยุงออกมาจากที่ตรงนั้น
ผมลุกขึ้น คว้ามืออีกคน แล้วค่อยๆพยุงออกมาจากที่ตรงนั้น
"ขะ...ขอบคุณ..ครับ"
คนตัวสูงที่ตอนนี้ผมพยุงอยู่ พยายามจะพูดขอบคุณ แต่ด้วยแรงที่มีน้อยนิด ทำให้คำพูดดูขาดเป็นช่วงๆ
คนตัวสูงที่ตอนนี้ผมพยุงอยู่ พยายามจะพูดขอบคุณ แต่ด้วยแรงที่มีน้อยนิด ทำให้คำพูดดูขาดเป็นช่วงๆ
"อืม..มึงอย่าพึ่งพูด" คนตัวสูงที่ถึงแม้ตอนนี้หน้าจะเละแค่ไหน ก็ยังมีอารมณ์หันมายิ้มแฉ่งให้ผมได้เฉย เหมือนเรื่องเมื่อกี้เป็นแค่เรื่องตลก
ตอนนี้พวกเราเดินมาหน้าตึก
ผมซึ่งตอนนี้กดโทรหาลูกน้องให้เข้ามารับและพาเราไปโรงพยาบาล ส่วนหนงนั้นพิมพ์อะไรยิกๆไม่รู้ลงในแป้นพิมพ์ซึ่งผมก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก
ผมซึ่งตอนนี้กดโทรหาลูกน้องให้เข้ามารับและพาเราไปโรงพยาบาล ส่วนหนงนั้นพิมพ์อะไรยิกๆไม่รู้ลงในแป้นพิมพ์ซึ่งผมก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก
สักพัก
ผมก็ได้ยินเสียงเหมือนคนตีกันอีกครั้ง ต้นเสียงน่าจะมาทางด้านหลังตึกที่พวกเราจากมา
ผมก็ได้ยินเสียงเหมือนคนตีกันอีกครั้ง ต้นเสียงน่าจะมาทางด้านหลังตึกที่พวกเราจากมา
"เกิดอะไรขึ้น...เดี๋ยวกูไปดูนะ มึงรออยู่ตรงนี้"
ผมเอ่ยขึ้นก่อนจะจัดแจงให้อีกคนนั่งลงที่โต๊ะม้าหินอ่อน
ผมเอ่ยขึ้นก่อนจะจัดแจงให้อีกคนนั่งลงที่โต๊ะม้าหินอ่อน
หมับ
ผมโดนคว้ามือแล้วถูกกระตุกดึง จนผมเซถลาไปตามแรงแล้วล้มทับตัวอีกคนที่นั่งอยู่ที่ม้าหินอ่อน
"อะไรวะ!"
ผมรีบดีดตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะปัดดินออกจากเสื้อที่มันติดมาจากตัวของอีกคน
ผมรีบดีดตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะปัดดินออกจากเสื้อที่มันติดมาจากตัวของอีกคน
"อยู่กับผม...ไม่ต้องไป"
อีกคนตอบมาแบบยิ้มๆ ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจอีกละ คนเหี้ยไรยิ้มตลอดเวลา ถึงว่างั้นผมก็ไม่คิดที่จะไปแล้วล่ะ ไปครั้งนี้คงจะโดนยำเละกับมา
ผมมองเค้าอยู่ครู่นึง ก่อนจะปัดฝุ่นออกจากโต๊ะแล้วนั่งลงข้างๆ
อีกคนตอบมาแบบยิ้มๆ ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจอีกละ คนเหี้ยไรยิ้มตลอดเวลา ถึงว่างั้นผมก็ไม่คิดที่จะไปแล้วล่ะ ไปครั้งนี้คงจะโดนยำเละกับมา
ผมมองเค้าอยู่ครู่นึง ก่อนจะปัดฝุ่นออกจากโต๊ะแล้วนั่งลงข้างๆ
"มึงมาทำไม...ทั้งที่รู้ว่าสู้ไม่ได้ ยังจะมาให้เค้ายำอีก"
แล้วผมก็ได้ยินเสียงทอนหายใจของอีกคนเบาๆก่อนจะเอ่ยอะไรออกมาผ่านความมืดที่รายรอบตัวเราทั้งสองคน
"เพราะ..มันสำคัญมากไงครับ^_^ ไม่มา ไม่ได้"
หนงตอบมาด้วยเสียงที่แผ่วเบา แต่ใบหน้าเปื้อนยิ้มจางๆ
หนงตอบมาด้วยเสียงที่แผ่วเบา แต่ใบหน้าเปื้อนยิ้มจางๆ
"สำคัญจนมึงต้องเอาชีวิตมาเสี่ยงเลยหรอ?"
ผมพูดพร้อมหันไปสบตาอีกคน ที่ถึงแม่ที่ที่เรานั่งอยู่ จะมืดไปหน่อย แต่แสงจากดวงจันทร์ ก็สว่างพอที่จะทำให้ผมมองเห็นใบหน้าเปื้อนยิ้มนั้นได้ชัดเจน
ผมพูดพร้อมหันไปสบตาอีกคน ที่ถึงแม่ที่ที่เรานั่งอยู่ จะมืดไปหน่อย แต่แสงจากดวงจันทร์ ก็สว่างพอที่จะทำให้ผมมองเห็นใบหน้าเปื้อนยิ้มนั้นได้ชัดเจน
"สำคัญจนชีวิตก็ให้ได้>_<"
มันยิ้มอีกแล้วโอ้ยยย อะไรวะ
มันยิ้มอีกแล้วโอ้ยยย อะไรวะ
"แล้วมันคือเรื่องอะไรล่ะ"
ผมพูดพร้อมเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม
"ไม่บอกหรอก55"
อีกคนพูดแล้วหันมาสบตาผมพร้อมหัวเราะออกมาเบาๆ
"จิ๊!!" ผมจิปากเพื่อระบายความเอือมระอาที่มีอย่างล้นลาม
"นี้ ในชีวิตจะมีอะไรซีเรียสบ้างมั้ยวะ กูเห็นมึงยิ้มตั้งแต่โดนตีน จนมานั่งตรงนี้"
ผมพูดพร้อมเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม
"ไม่บอกหรอก55"
อีกคนพูดแล้วหันมาสบตาผมพร้อมหัวเราะออกมาเบาๆ
"จิ๊!!" ผมจิปากเพื่อระบายความเอือมระอาที่มีอย่างล้นลาม
"นี้ ในชีวิตจะมีอะไรซีเรียสบ้างมั้ยวะ กูเห็นมึงยิ้มตั้งแต่โดนตีน จนมานั่งตรงนี้"
"มีสิ แต่ตอนอยู่กับพี่.....มันมีความสุขจนไม่ว่าจะเจอเรื่องร้ายแรงแค่ไหนผมก็ยิ้มได้ไง"
"......." ผมไม่พูดอะไรก่อนจะหลับตาลงช้าๆ แล้วเอนหลังพิงม้าหินอ่อน ในถ้าที่สบาย
"อีกอย่าง ผมไม่อยากเผยใบหน้าซีเรียสออกมาหรอก เดี๋ยวพี่เครียดตาม"
"ไม่ต้องยิ้มก็ได้ ไม่ต้องหัวเราะตลอดเวลาก็ได้ เผยอารมณ์จริงๆบ้าง เดี๋ยวแม่งก็เครียดตาย"
ผมเอ่ยขึ้นทั้งที่ยังหลับตาอยู่
ผมเอ่ยขึ้นทั้งที่ยังหลับตาอยู่
"อารมณ์ตอนนี้ ก็มีความสุขไง^ω^"
"สุขที่โดนตีนเนี้ยนะ-_-||"
"ก็บอกไปแล้ว ว่าสุขเพราะมีพี่ ขอบคุณนะครับ"
หนงพูดจบ ก็เอามือผมไปแนบหน้า
"ไอ้เหี้ย!!"
"โอ้ยยยยย"
ผมลืมตาผึ่งแล้วเผลอตบหัวมันจนดังเพี้ย
"เล่นอะไรของมึงวะ ตกใจ"
ก่อนที่เราจะเอ่ยประโยคใดๆอีก
แสงจากไฟรถก็สาดส่องมายังตรงที่เรานั่ง
ผมรีบเดินไปยังรถ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าลืมอะไร
"พี่...เดินตัวปลิวเชียว "
ผมขำกับตัวเองเบาๆ ที่ได้ยินเสียงเข้มท้วงติงจากด้านหลังก่อนจะเดินกลับไปพยุงไอ้น่ารำคาญให้ขึ้นรถไปพร้อมกัน
หนงพูดจบ ก็เอามือผมไปแนบหน้า
"ไอ้เหี้ย!!"
"โอ้ยยยยย"
ผมลืมตาผึ่งแล้วเผลอตบหัวมันจนดังเพี้ย
"เล่นอะไรของมึงวะ ตกใจ"
ก่อนที่เราจะเอ่ยประโยคใดๆอีก
แสงจากไฟรถก็สาดส่องมายังตรงที่เรานั่ง
ผมรีบเดินไปยังรถ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าลืมอะไร
"พี่...เดินตัวปลิวเชียว "
ผมขำกับตัวเองเบาๆ ที่ได้ยินเสียงเข้มท้วงติงจากด้านหลังก่อนจะเดินกลับไปพยุงไอ้น่ารำคาญให้ขึ้นรถไปพร้อมกัน
"เอ้า! กูก็นึกว่ามึงเดินได้แล้ว 55"
"ใจคอ.."
"พูดมาก กูอุตส่ามาช่วย"
"แล้วมาทำไมอะ! ทำไมไม่ปล่อยให้ผมตายๆไป"
"ตอนแรกกูก็ไม่ได้สนใจอะไรหรอก แต่ตามหลักเพื่อนร่วมโลก อะไรพอช่วยได้ก็ช่วย แต่ถ้ากูไม่ช่วย ก็จะมองกูใจร้ายอีกล่ะ"
"โห...ตอนนี้ไม่ใจร้ายเลย"
"งั้นมึงก็ไปเองเถอะโรงบาล !"
ผมเริ่มลำคาญแล้วล่ะ คนอุตส่าช่วย ยังจะมากวนตีนอีก แม่ง! หน้าเดินไปกระทืบซ้ำชิบหาย
ผมเริ่มลำคาญแล้วล่ะ คนอุตส่าช่วย ยังจะมากวนตีนอีก แม่ง! หน้าเดินไปกระทืบซ้ำชิบหาย
"ขอโทษครับ 😞"
"มาสิ...มึงจะนั่งทำหน้างออยู่เพื่อ"
เอาจริงๆ ผมโกรธมันไม่ลงหรอก ออกจะสงสารมากกว่าอีก
เอาจริงๆ ผมโกรธมันไม่ลงหรอก ออกจะสงสารมากกว่าอีก
"อึ้บ!"
"ค่อยๆลุก มึงไหวมั้ย?"
"ไหวๆ "
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
โรงพยาบาล แถวๆม.IP
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
โรงพยาบาล แถวๆม.IP
"โอ๊ยยยย...อ๊ะ...บ..เบา..ซี้ดดด..หมอ..อะ!"
"โอ้ย มึงจะทำเป็นครวญครางเพื่อ.. มีตะกรุดหนังเหนียวไม่ใช่เรอะ"
ผมพูดผ่านผ้าม่านที่หมอใช้กั้นระหว่างเตียงคนไข้ เมื่อได้ยินเสียงหนงมันโอดครวญมาสักพักได้
ผมพูดผ่านผ้าม่านที่หมอใช้กั้นระหว่างเตียงคนไข้ เมื่อได้ยินเสียงหนงมันโอดครวญมาสักพักได้
"มันกันอาวุธ...ไม่ได้กันยาล้างแผลนะพี่..อ๊ะ..หมอ!..จะจิ้มมำไมเนี้ย!!"
"เหอ...กูล่ะเบื่อ.."
ผมทอนหายใจแล้วฟุบหน้าฝังลงในหมอน แล้วปล่อยให้หมอทายาที่หลังต่อ
ผมทอนหายใจแล้วฟุบหน้าฝังลงในหมอน แล้วปล่อยให้หมอทายาที่หลังต่อ
"โอ๊ยย เบ๊าาา ซี้ดดด"
"หนง"
ผม ทอนหน้าออกจากหมอนแล้วหันหน้าไปทางผ้าม่านที่กั้นระหว่างเราอยู่
ผม ทอนหน้าออกจากหมอนแล้วหันหน้าไปทางผ้าม่านที่กั้นระหว่างเราอยู่
"หื้มม ครับว่า..?..อ๊ะ!"
"มึงจะแจ้งตำรวจมั้ย"
"ไม่หรอก...แจ้งไป พ่อมันก็เงินยัดอยู่ดี"
"ก็ถูก..เนอะ"
ใช่สิ ทำไมผมจะไม่รู้..... พ่อเต๋อเป็นเพื่อนกับพ่อผม...ดูเหมือนพ่อเราจะรักกันดี แต่ผมกับเต๋อไม่ค่อยได้คุยกัน รวมทั้งเรื่องมันเอาเหล็กมาฟาดหลังผมอีก..แต่ผมเลือกที่จะไม่ไปฟ้องพ่อรึแม่ดีกว่า เพราะกลัวผู้ใหญ่เค้าจะทะเลาะกัน.
..
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ตอนนี้ ผมกับเค้านั่งรอรับยาที่หน้าเคาท์เตอร์
ซึ้งตอนนี้ ไอ้คนข้างๆนี้มันมัวแต่จ้องหน้าผมอยู่ได้ อะไรวะ!!!
ใช่สิ ทำไมผมจะไม่รู้..... พ่อเต๋อเป็นเพื่อนกับพ่อผม...ดูเหมือนพ่อเราจะรักกันดี แต่ผมกับเต๋อไม่ค่อยได้คุยกัน รวมทั้งเรื่องมันเอาเหล็กมาฟาดหลังผมอีก..แต่ผมเลือกที่จะไม่ไปฟ้องพ่อรึแม่ดีกว่า เพราะกลัวผู้ใหญ่เค้าจะทะเลาะกัน.
..
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ตอนนี้ ผมกับเค้านั่งรอรับยาที่หน้าเคาท์เตอร์
ซึ้งตอนนี้ ไอ้คนข้างๆนี้มันมัวแต่จ้องหน้าผมอยู่ได้ อะไรวะ!!!
" ถ้ามึงจะจ้องขนาดนี้ ทำไมมึงไม่แดกหัวกูไปเลยล่ะ"
"เหอออ...กินได้หรอ"
หนงมันพูดเสียงใส แล้วเลิกคิ้วทำตาแวววาวเป็นประกาย เหมือนแมวที่จ้องจะเขมือบปลา
หนงมันพูดเสียงใส แล้วเลิกคิ้วทำตาแวววาวเป็นประกาย เหมือนแมวที่จ้องจะเขมือบปลา
"กูประชดมั้ย!!"
"อ้าว..อุตส่าตื่นเต้น"
"มึงจะคุยกับตรีมั้ย...ดูเหมือนเพื่อนจะเป็นห่วงนะ"
ผมพูดพร้อมยื่นโทรศัพท์ให้
"โอเค เดะผมมา"
หนงรับโทรศัพท์ไป แล้วลุกขึ้นเดินไปทางห้องน้ำ
ผมพูดพร้อมยื่นโทรศัพท์ให้
"โอเค เดะผมมา"
หนงรับโทรศัพท์ไป แล้วลุกขึ้นเดินไปทางห้องน้ำ
8นาทีผ่านไป
"โอเคครับ"
หนงยื่นโทรศัพท์ให้ผม
หนงยื่นโทรศัพท์ให้ผม
"เพื่อนว่าไง"
"อ้อ มันถามว่าจะขึ้นร้องได้มั้ยครับ"
"แล้วมึงไหวมั้ย?"
"ไหวสิ แค่ต้องติดพลาสเตอร์ขึ้นไปร้อง"
เค้าชี้แผลที่มีพลาสเตอร์อันเบ้อเริ้มแปะอยู่ แล้วยื่นหน้าเข้ามาใกล้ผมพร้อมยิ้มจนตาหยี
เค้าชี้แผลที่มีพลาสเตอร์อันเบ้อเริ้มแปะอยู่ แล้วยื่นหน้าเข้ามาใกล้ผมพร้อมยิ้มจนตาหยี
แปะ!
ผมเอาฝ่ามือดันหน้าอีกคนออกห่างๆ
ผมเอาฝ่ามือดันหน้าอีกคนออกห่างๆ
"โอ้ยย รุนแรง"
"ยื่นมาหาควยไร เดะกูหยิกแผลเข้าให้"
"ใจร้าย แต่ก็รักเหมือนเดิม555"
ไอ้ลูกหมาคนที่มันลงไปครางงอดๆอยู่บนพื้นเพราะโดนตีนมันวิ่งหายไปวะ ทำไมมีแต่ไอ้ตัวน่ารำคาญนั่งทำหน้ากวนประสาทอยู่ตรงนี้
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ตอนนี้เรากำลังเดินมาที่รถ หลังจากรับยาเสร็จ
ผมเป็นคนจ่ายค่ายูกยาทั้งหมด ตามจริงหนงมันบอกว่าจะจ่ายให้ แต่ผมก็ค้านว่าไม่ดีกว่า เพราะดูจากสภาพ เงินจะกินนี้มีรึเปล่าก็ไม่รู้
ไอ้ลูกหมาคนที่มันลงไปครางงอดๆอยู่บนพื้นเพราะโดนตีนมันวิ่งหายไปวะ ทำไมมีแต่ไอ้ตัวน่ารำคาญนั่งทำหน้ากวนประสาทอยู่ตรงนี้
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ตอนนี้เรากำลังเดินมาที่รถ หลังจากรับยาเสร็จ
ผมเป็นคนจ่ายค่ายูกยาทั้งหมด ตามจริงหนงมันบอกว่าจะจ่ายให้ แต่ผมก็ค้านว่าไม่ดีกว่า เพราะดูจากสภาพ เงินจะกินนี้มีรึเปล่าก็ไม่รู้
"พี่..."
หลังจากที่เราทั้งสองคน ต่างเงียบอยู่นาน
หนงมันก็เป็นคนเอ่ยขึ้นเพื่อทำลายความเงียบ
"หืมมม"
ผมครางรับ โดนไม่ได้หันไปมาหน้าอีกฝ่าย
หลังจากที่เราทั้งสองคน ต่างเงียบอยู่นาน
หนงมันก็เป็นคนเอ่ยขึ้นเพื่อทำลายความเงียบ
"หืมมม"
ผมครางรับ โดนไม่ได้หันไปมาหน้าอีกฝ่าย
"ขอบคุณนะครับพี่ ถ้าพี่ไม่มาช่วย ป่านนี้ผมคง ตายคาตีนไอ้เต๋อไปละ"
"แล้วมึงไปทำไมล่ะ"
"ก็ผมบอกไปแล้วไง แก่จนสมองเสื่อมแล้วหรอ55"
"มึงต่อยกับกูมั้ย" ผมหันไปเอ็ดมัน พร้อมกำหมัดทำท่าเหมือนจะต่อยอีกคน
"55ผมล้อเล่น แหม....ทำเป็นเคี้ยว"
"โด่วว..ไอ้อ่อนเอ้ยย" ผมหันไปเย้ยอีกคน
"ไม่อ่อนนะครับ แข็งมาก แข็งปึก ลองป้ะล่าาา"
อีกคนตอบด้วยท่าทีกวนส้นตีน ตามแบบฉบับคนเจ็บไม่จำของมันเอง
"ตีนหนิ ̄へ ̄"
"แล้วมึงไปทำไมล่ะ"
"ก็ผมบอกไปแล้วไง แก่จนสมองเสื่อมแล้วหรอ55"
"มึงต่อยกับกูมั้ย" ผมหันไปเอ็ดมัน พร้อมกำหมัดทำท่าเหมือนจะต่อยอีกคน
"55ผมล้อเล่น แหม....ทำเป็นเคี้ยว"
"โด่วว..ไอ้อ่อนเอ้ยย" ผมหันไปเย้ยอีกคน
"ไม่อ่อนนะครับ แข็งมาก แข็งปึก ลองป้ะล่าาา"
อีกคนตอบด้วยท่าทีกวนส้นตีน ตามแบบฉบับคนเจ็บไม่จำของมันเอง
"ตีนหนิ ̄へ ̄"
"พี่"
หนงเรียกผมอีกครั้ง ก่อนที่มันจะล็อกหน้าผมให้หันไปประจันหน้ากับมัน
"มีไร..ปล่อยกู"
ผมพยายามสลัดหน้าออกจากการเกาะกุม แต่ไม่เป็นผล เพราะมันตัวใหญ่กว่า แงๆ😭
"พี่ครับ...เมื่อไหร่จะชอบผมบ้างวะ ผมไม่อยากคิดไปเองอีกแล้ว..."
ผมกลับหนง สบตากันโดยเหมือนจะไม่มีทีท่าว่าใครจะยอมแพ้ และหลังจากนั้นก็เป็นตัวผมเองที่หลับตา
"มันเป็นไปไม่ได้...และที่กูมาช่วย เพราะจิตใต้สำนึก มันสั่งกูแบบนี้ มันสั่งให้กูต้องช่วยมึง"
หนงเรียกผมอีกครั้ง ก่อนที่มันจะล็อกหน้าผมให้หันไปประจันหน้ากับมัน
"มีไร..ปล่อยกู"
ผมพยายามสลัดหน้าออกจากการเกาะกุม แต่ไม่เป็นผล เพราะมันตัวใหญ่กว่า แงๆ😭
"พี่ครับ...เมื่อไหร่จะชอบผมบ้างวะ ผมไม่อยากคิดไปเองอีกแล้ว..."
ผมกลับหนง สบตากันโดยเหมือนจะไม่มีทีท่าว่าใครจะยอมแพ้ และหลังจากนั้นก็เป็นตัวผมเองที่หลับตา
"มันเป็นไปไม่ได้...และที่กูมาช่วย เพราะจิตใต้สำนึก มันสั่งกูแบบนี้ มันสั่งให้กูต้องช่วยมึง"
"พี่....มันไม่ได้ออกมาจากใจเลยหรอ"
สิ้นประโยคนั้น ผมก็ถูกอีกคนสวมกอดเบาๆ
แต่ผมพยายามจะผลักตัวมันออก แต่กลับเป็นกอดนั้นกระชับแน่นมากขึ้นกว่าเดิม อีกคนซบหน้าลงที่ไหล่ของผม และผมรู้สึกเหมือนได้รับสัมผัสเปียกๆที่ตรงไหล่นั้นเล็กน้อย
สิ้นประโยคนั้น ผมก็ถูกอีกคนสวมกอดเบาๆ
แต่ผมพยายามจะผลักตัวมันออก แต่กลับเป็นกอดนั้นกระชับแน่นมากขึ้นกว่าเดิม อีกคนซบหน้าลงที่ไหล่ของผม และผมรู้สึกเหมือนได้รับสัมผัสเปียกๆที่ตรงไหล่นั้นเล็กน้อย
"เมื่อไหร่กัน..ฮึก...พี่ทำให้ผมแทบบ้า....ผมไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน...ผมไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นเมื่อไหร่...แต่มันคงเกิดขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกที่ผมพบพี่..."
ผมไม่กล้าแม้แต่จะโอบกอดอีกคน แต่ก็ไม่กล้าแม้แต่จะผละออกเช่นกัน ในสมองของผม ความคิดของผม มันตีกันสับสนวุ่นวายไปหมด ผมรู้แค่ว่า
มันเป็นไปไม่ได้...
และมันจะไม่มีวันแน่นอน......
และมันจะไม่มีวันแน่นอน......
ที่ผมช่วยเค้าในวันนี้ มันคงเป็นจิตใจเบื้องลึก ที่กระตุ้นให้ผมควรจะทำ เป็นจิตสำนึกของมนุษย์ ที่ถ้าหากเพิกเฉยก็คงจะไม่ถูกต้อง และก็มันคงจะดูใจร้ายเกินไป
แต่ผมอาจจะทำให้อีกคนคิดไปเองรึเปล่า
ผมเดาความรู้สึกตัวเองในตอนนี้ไม่ออกเลย
ถ้าผมไม่ได้คิดอะไร ทำไมผมต้องมาช่วย
ทำไมผมต้องรู้สึกเดือดร้อนเมื่อได้ข่าวว่าอีกคนหายไป
ทำไมผมต้องตามหา...ทั้งที่ปบ่อยให้เพื่อนหาเองก็ได้
รึผมชอบมันเข้าแล้ว
แต่ผมอาจจะทำให้อีกคนคิดไปเองรึเปล่า
ผมเดาความรู้สึกตัวเองในตอนนี้ไม่ออกเลย
ถ้าผมไม่ได้คิดอะไร ทำไมผมต้องมาช่วย
ทำไมผมต้องรู้สึกเดือดร้อนเมื่อได้ข่าวว่าอีกคนหายไป
ทำไมผมต้องตามหา...ทั้งที่ปบ่อยให้เพื่อนหาเองก็ได้
รึผมชอบมันเข้าแล้ว
จริงๆถ้าเรารักกันล่ะ
ไม่สิ!!!! เรารักกันไม่ได้!!
ผมรักเค้าไม่ได้!
ผมเป็นผู้ชาย!
ครอบครัวคงไม่ยอมรับ!
สังคมนี้คงมองเราเป็นตัวตลก!
เรื่องของเรามันเป็นไปไม่ได้เลย......
หนง...พอเถอะ
ผมยอมรับในความพยายาม ผมยอมรับในความรู้สึกที่เค้าถ่ายทอดมาให้ตัวผม ซึ้งผมก็ไม่เคยได้รับความรู้สึกนั้นจากใครมาก่อนเลย.........
แต่มันก็ยากที่จะเปิดใจเช่นกัน
ถ้าหากผมเป็นผู้หญิง หรือเค้าเป็นผู้หญิง
ความรู้สึกที่ผมเป็นอยู่ตอนนี้ มันคงจะไม่ยากขนาดนี้
ความรู้สึกที่ผมเป็นอยู่ตอนนี้ มันคงจะไม่ยากขนาดนี้
แต่ฟ้าให้เราเป็นแบบนี้
เป็นแบบที่รักกันไม่ได้
เป็นแบบที่รักกันไม่ได้
ผมยังต้องการความสมบูรณ์แบบ
ผมยังยึดมั่นในสิ่งนี้
ผมยังยึดมั่นในสิ่งนี้
"หนง"
หลังจากที่เราเงียบกันมานานผมก็เอ่ยขึ้นเพื่อดึงบรรยากาศให้หายเงียบ
ผมไม่รู้ว่าเค้ากอดผมนานแค่ไหน
แต่มันคงนานพอที่จะทำให้น้ำตาของอีกคนแห้งแล้วล่ะ
"ครับว่า.."
หนงค่อยๆคลายกอดออก แล้วเปบี่ยนเป็นยืนนิ่งจ้องผมแทน
"พี่ว่า...พอเถอะนะ.."
"พี่ก็รู้ ว่าไบ่ยังไง ผมก็ไม่ไปอยู่ดี"
"พี่ว่า เราเป็นได้แค่นี้แหละ มัรเป็นมากกว่านี้ไม่ได้หรอกนะ เอาความรู้สึกนี้ไปให้คนที่พร้อมจะยอมรับมันจริงๆเถอะ"
"ผมก็เคยบอกไปแล้วไง ว่าคนนั้นมันต้องเป็นพี่เท่านั้น"
"ไม่เหนื่อยหรอ...ที่ต้องวิ่งตาม ทั้งๆที่รู้ว่ามันจะไม่มีทางเป็นไปในแบบที่นายคิด"
ผมเงยหน้าขึ้นสู้สาสตาอีกคน
"ผมเชื่อว่า...ความพยายามมันจะไม่ทรยศผมแน่นอน มันแค่ต้องรอโอกาสและจังหวะที่เหมาะสมเท่านั้น"
อีกคนพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น มุ่งมั่น แบะตั้งใจ
"เราเลิกค--------"
"อื้ออออออ"
เสียงของผมถูกกลืนหายเข้าไปในลำคอ
เพราะอีกคนได้สูบมันไปหมดแล้ว
หนงประกบจูบผมอยากแผ่วเบา เนิบนาบ
แต่เป็นการสัมผัสภายนอกเท่านั้น หาได้สอดใส่ไม่
หัวใจของผมเต้นผิดจังหวะ ร่างกายของผมไร้เรี่ยวแรงจนอีกคนต้องพยุงไว้ ทั้งๆที่ผมก็จูบกับใครมานักต่อนักแล้ว
แต่...ไม่เคยรู้สึกอะไรแบบนี้มาก่อนเลย
ผมไม่มีแม้เรี่ยวแรงจะผลักอีกคนออก แต่ตอนนี้ผมรู้สึกเหมือนจะขาดอากาศตาย ผมจึงดิ้นคลุกคลักเพื่อให้อีกคนรับรู้
"อะ.."
ได้ผล เค้ายอมผละออก ตอนนี้ผมรู้สึกอายมาก ไม่รู้ว่าเค้าสังเกตเห็นสีหน้าของผมตอนนี้รึเปล่า
แต่ผมสังเกตเห็นใบหูที่แดง และแก้มที่ขึ้นสีของอีกคนอยู่แป๊ปนึง ก่อนที่มันจะเลื่อนหายไป
"เอ่อ....ผมของโทษครับ..พี่จะด่าผมก็ได้นะ"
"สกปรก!!"
ผมก้มหน้ามองพื้น พร้อมตะโกนออกไป
"..ครับ..ผมรู้..พี่คงจะรังเกียจ"
ยังดีที่ ที่เราอยู่เป็นด้านข้างของตึก ซึ้งเงียบและมืดพอสมควร มั่นใจได้ว่าคงไม่มีใครเดินผ่านมาเห็นแน่นอน
"......." ผมไม่พูดอะไร แต่กลับเดินสับขาอย่างเร็ว เพื่อหนีให้พ้นๆอีกคน
"ผม...ขอโทษ แต่มันไม่ใช่ครั้งแรกของเรานะ!!!!"
ผมชะงักกึก ก่อนจะหันไปมองอีกคน
ผมขมวดคิ้วมุ่น แล้วหันกลับไปเดินต่อ
"กูไม่เข้าใจที่มึงพูด!!!!"
"ผมอยากมีพี่อยู่ข้างๆ ได้ยินมั้ย!!!!! อย่ารังเกียจผมเลย"
หนงมันตะโกนตามหลังผมมาเป็นระยะ
ผมพยายามเดินให้เร็วขึ้น แล้วปิดมือปิดหูตัวเอง
"ผมรักพี่!!!!!!!!!!! ได้ยินมั้ย!!! รักมากกก อยากได้!!!!!!!"
ผมรีบเปิดประตูขึ้นรถ แล้วสั่งให้คนขับรถ รีบเร่งเครื่องแล้วให้ออกไปจากที่นี้ให้เร็วที่สุด ก่อนที่หัวใจผมมันจะสับสนไปกว่านี้ ก่อนที่หัวใจของผม มันจะบีบรัดแน่นไปกว่านี้
ผมมองกระจกหลัง..แล้วก็เห็นร่างที่คุ้นตาวิ่งตามรถ
แต่พอผมหันไปอีกที ร่างนั้น....หายไปแล้ว
.
.
.
.
.
.
.
ผมแค่อยากหนี..........
หลังจากที่เราเงียบกันมานานผมก็เอ่ยขึ้นเพื่อดึงบรรยากาศให้หายเงียบ
ผมไม่รู้ว่าเค้ากอดผมนานแค่ไหน
แต่มันคงนานพอที่จะทำให้น้ำตาของอีกคนแห้งแล้วล่ะ
"ครับว่า.."
หนงค่อยๆคลายกอดออก แล้วเปบี่ยนเป็นยืนนิ่งจ้องผมแทน
"พี่ว่า...พอเถอะนะ.."
"พี่ก็รู้ ว่าไบ่ยังไง ผมก็ไม่ไปอยู่ดี"
"พี่ว่า เราเป็นได้แค่นี้แหละ มัรเป็นมากกว่านี้ไม่ได้หรอกนะ เอาความรู้สึกนี้ไปให้คนที่พร้อมจะยอมรับมันจริงๆเถอะ"
"ผมก็เคยบอกไปแล้วไง ว่าคนนั้นมันต้องเป็นพี่เท่านั้น"
"ไม่เหนื่อยหรอ...ที่ต้องวิ่งตาม ทั้งๆที่รู้ว่ามันจะไม่มีทางเป็นไปในแบบที่นายคิด"
ผมเงยหน้าขึ้นสู้สาสตาอีกคน
"ผมเชื่อว่า...ความพยายามมันจะไม่ทรยศผมแน่นอน มันแค่ต้องรอโอกาสและจังหวะที่เหมาะสมเท่านั้น"
อีกคนพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น มุ่งมั่น แบะตั้งใจ
"เราเลิกค--------"
"อื้ออออออ"
เสียงของผมถูกกลืนหายเข้าไปในลำคอ
เพราะอีกคนได้สูบมันไปหมดแล้ว
หนงประกบจูบผมอยากแผ่วเบา เนิบนาบ
แต่เป็นการสัมผัสภายนอกเท่านั้น หาได้สอดใส่ไม่
หัวใจของผมเต้นผิดจังหวะ ร่างกายของผมไร้เรี่ยวแรงจนอีกคนต้องพยุงไว้ ทั้งๆที่ผมก็จูบกับใครมานักต่อนักแล้ว
แต่...ไม่เคยรู้สึกอะไรแบบนี้มาก่อนเลย
ผมไม่มีแม้เรี่ยวแรงจะผลักอีกคนออก แต่ตอนนี้ผมรู้สึกเหมือนจะขาดอากาศตาย ผมจึงดิ้นคลุกคลักเพื่อให้อีกคนรับรู้
"อะ.."
ได้ผล เค้ายอมผละออก ตอนนี้ผมรู้สึกอายมาก ไม่รู้ว่าเค้าสังเกตเห็นสีหน้าของผมตอนนี้รึเปล่า
แต่ผมสังเกตเห็นใบหูที่แดง และแก้มที่ขึ้นสีของอีกคนอยู่แป๊ปนึง ก่อนที่มันจะเลื่อนหายไป
"เอ่อ....ผมของโทษครับ..พี่จะด่าผมก็ได้นะ"
"สกปรก!!"
ผมก้มหน้ามองพื้น พร้อมตะโกนออกไป
"..ครับ..ผมรู้..พี่คงจะรังเกียจ"
ยังดีที่ ที่เราอยู่เป็นด้านข้างของตึก ซึ้งเงียบและมืดพอสมควร มั่นใจได้ว่าคงไม่มีใครเดินผ่านมาเห็นแน่นอน
"......." ผมไม่พูดอะไร แต่กลับเดินสับขาอย่างเร็ว เพื่อหนีให้พ้นๆอีกคน
"ผม...ขอโทษ แต่มันไม่ใช่ครั้งแรกของเรานะ!!!!"
ผมชะงักกึก ก่อนจะหันไปมองอีกคน
ผมขมวดคิ้วมุ่น แล้วหันกลับไปเดินต่อ
"กูไม่เข้าใจที่มึงพูด!!!!"
"ผมอยากมีพี่อยู่ข้างๆ ได้ยินมั้ย!!!!! อย่ารังเกียจผมเลย"
หนงมันตะโกนตามหลังผมมาเป็นระยะ
ผมพยายามเดินให้เร็วขึ้น แล้วปิดมือปิดหูตัวเอง
"ผมรักพี่!!!!!!!!!!! ได้ยินมั้ย!!! รักมากกก อยากได้!!!!!!!"
ผมรีบเปิดประตูขึ้นรถ แล้วสั่งให้คนขับรถ รีบเร่งเครื่องแล้วให้ออกไปจากที่นี้ให้เร็วที่สุด ก่อนที่หัวใจผมมันจะสับสนไปกว่านี้ ก่อนที่หัวใจของผม มันจะบีบรัดแน่นไปกว่านี้
ผมมองกระจกหลัง..แล้วก็เห็นร่างที่คุ้นตาวิ่งตามรถ
แต่พอผมหันไปอีกที ร่างนั้น....หายไปแล้ว
.
.
.
.
.
.
.
ผมแค่อยากหนี..........
NONG THINK
'ผมแค่รักพี่ ผมผิดเหรอ อย่ารังเกียจผมเลยได้มั้ย
ผมแค่อยากกอด ผมแค่อยากมีพี่อยู่ข้างๆ ผมแค่ต้องการตื่นมาแล้วเจอพี่เป็นคนแรก
ผมต้องทำยังไงให้พี่หันมารักผมบ้างนะ แม้เพี่ยงแค่หันมาสนใจผมสักนิดก็ยังดี ผมต้องทำยังไง แม่รู้ว่ายิ่งใกล้ เหมือนยิ่งไกล
แม้ว่าสุดท้าย ทุกครั้งที่ผมเดินเข้าหา พี่กับยิ่งถอยห่าง พี่กับยิ่งวิ่งหนี
แต่อย่างว่าล่ะ....
ความพยายาม มันจะไม่ทรยศผมแน่นอน ผมเชื่อแบบนี้ รักพี่นะคนใจร้าย'
ผมแค่อยากกอด ผมแค่อยากมีพี่อยู่ข้างๆ ผมแค่ต้องการตื่นมาแล้วเจอพี่เป็นคนแรก
ผมต้องทำยังไงให้พี่หันมารักผมบ้างนะ แม้เพี่ยงแค่หันมาสนใจผมสักนิดก็ยังดี ผมต้องทำยังไง แม่รู้ว่ายิ่งใกล้ เหมือนยิ่งไกล
แม้ว่าสุดท้าย ทุกครั้งที่ผมเดินเข้าหา พี่กับยิ่งถอยห่าง พี่กับยิ่งวิ่งหนี
แต่อย่างว่าล่ะ....
ความพยายาม มันจะไม่ทรยศผมแน่นอน ผมเชื่อแบบนี้ รักพี่นะคนใจร้าย'
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น